วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทัวร์ต่างประเทศ WORLD HERITAGE JAPAN 6 DAYS


กำหนดการเดินทาง 22-27 มิ.ย. 53 / 2-7, 22-27, 23-28 ก.ค. 53
วันแรกของการเดินทาง (1)กรุงเทพฯ – โอซาก้า (ประเทศญี่ปุ่น)
20.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ...ระหว่างประเทศขาออก (ชั้น 4) ณ เคาน์เตอร์ C
(ใกล้กับประตูทางเข้าหมายเลข 2)

พบกับเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก ณ บริเวณ หน้าเคาน์เตอร์หมายเลข C

23.00 น. ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG622
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง .... เวลาท้องถิ่นต่างจากเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง)

วันที่สองของการเดินทาง (2)โอซาก้า – เกียวโต – ปราสาททอง - วัดน้ำใส – ชินคันเซน - ทาคายาม่า
06.10 น. ถึง สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น.... ผ่านพิธีศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง พร้อม ตรวจเช็ค สัมภาระ



จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองเกียวโต อดีตเมืองหลวงและเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น นำท่านเดินทางสู่ “ปราสาททอง” หรือที่เรียกว่า “ปราสาทคินคาคุจิ” ร่วมย้อนรำลึกถึงท่านโชกุนจากการ์ตูนเรื่องดัง “เณรน้อยเจ้าปัญญา - อิคคิวซัง”.... อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของตัวปราสาทโดยรอบที่ปิดด้วยทองคำเปลว พร้อมดื่มด่ำกับความสะอาดใสของ “สระน้ำ” ที่สามารถสะท้อนให้เห็นภาพตัวปราสาทได้อย่างงดงาม...อิสระให้ท่านได้เลือกหามุมถูกใจเพื่อบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก ...

จากนั้นนำท่านเดินทางเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์ ณ “วัดน้ำใส” หรือ “วัดคิโยมิซึ” วัดที่สร้างด้วยท่อนซุงขนาดมหึมา ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง .... และอีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ได้เข้ารอบในการคัดเลือกเพื่อเป็นมรดกโลก จากนั้นเชิญท่านดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ “น้ำ 3 สาย” ที่เชื่อกันว่า ถ้าดื่มแล้วจะเกิดความเป็นสิริมงคลในด้าน “ความร่ำรวย, ความมีชื่อเสียง และ มีสุขภาพดี” ... อีกทั้งท่านยังสามารถเสี่ยงทายหินคู่รัก โดยการหลับตาเดินจากหินก่อนนึงไปยังหินอีกก้อนได้โดยไม่มีอุปสรรค ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าความรักของท่านจะสมหวัง พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าและขนมอร่อยได้ที่ถนนสายกาน้ำชาหน้าวัด อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร.... บริการท่านด้วย “เซ็ตเมนูหม้อไฟจังโกะนาเบะ” เซ็ตหม้อไฟเพื่อสุขภาพ

นำท่านเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางสู่สถานีรถไฟเกียวโต เพื่อให้ท่านได้นั่ง “รถไฟหัวกระสุน หรือ รถไฟชินกังเซน” (30 นาที) สู่สถานีรถไฟไมบาร่าด้วยความเร็วเฉลี่ย 240 กิโลเมตร / ชั่วโมง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทาคายาม่า เมืองที่ได้ชื่อว่า “ลิตเติ้ลเกียวโต” เป็นเมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้เป็นอย่างดี ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์หรือเทือกเขาทาเทยาม่า และมีเทศกาลทาคายาม่าซึ่งเป็นหนึ่งในสามเทศกาลที่มีชื่อเสียงของประเทศ นำท่านผ่านชม ศาลาว่าการอำเภอ ที่ใช้เป็นที่บัญชาการของโชกุนโทคุงาวะในสมัยก่อนและเป็นสิ่งปลุกสร้างแบบเก่าหลังสุดท้ายที่ยังคงเหลือจนถึงปัจจุบัน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายรูปและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง “ตุ๊กตาซารุโบะโบะ” ตุ๊กตาสัญลักษณ์เมืองทาคายาม่า เป็นเครื่องหมายแห่งความโชคดี หรือเลือกซื้อสินค้าอื่น ๆ ได้ตามอัธยาศัย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม ... บริการท่านด้วย “บุฟเฟ่ต์อาหารค่ำนานาชาติ”

ที่พัก : Takayama Associa Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง (3) ทาคายาม่า – หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาว่า – ปราสาทมัตสึโมโต้ - อิซาว่า
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม


นำท่านสู่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านสไตล์กัชโชแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม และยังได้รับเลือกเป็นมรดกโลกในปี 1995 ซึ่งเป็น หมู่บ้านสไตล์กัชโช-สึคุริ จะมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร ซึ่งโครงสร้างของบ้านสามารถรองรับหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาวได้ และรูปร่างของหลังคาเหมือนกับสองมือของพระเจ้า หรือพระพุทธเจ้า จึงเรียกหมู่บ้านในสไตล์นี้ว่า กัสโช พร้อมกันนี้ท่านจะเพลิดเพลินกับฝูงปลาคราฟนับร้อยที่แหวกว่ายอยู่ตามลำธารหน้าบ้าน ซึ่งจะเห็นได้ก็แต่เมืองในแถบนี้เท่านั้น

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ... บริการท่านด้วย “เซ็ตเมนูหมูย่างบนใบไม้” อาหารเลิศรส ประจำท้องถิ่น

จากนั้นนำท่านชม “ปราสาทมัตสึโมโต้” สร้างในปี 1504 ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาท 1 ใน 5 ปราสาทของญี่ปุ่นซึ่งรอดพ้นจากเพลิงและการทำลายของศึกสงครามมาได้จนปัจจุบัน ผนังในปราสาทนี้ทาสีดำสนิทจนทำให้มีฉายาว่า “ปราสาทอีกา” จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อิเคะโนะไทระ เมืองนากาโน่ เมืองแห่งต้น กำเนิดออนเซ็นเพื่อสุขภาพที่มีอายุกว่า 1,800 ปี และยังเคยใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขัน สกีระดับโลก

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม ... บริการท่านด้วย “เซ็ตเมนูจักรพรรดิ ไคเซกิ” ให้ท่านได้สัมผัสศิลปะการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ที่พิถีพิถันในการรับประทานอาหาร ในบรรยากาศญี่ปุ่นพร้อมสวมชุดยูกาตะ

ที่พัก : Hatta Hotel หรือเทียบเท่า

** ท่านสามารถลงอาบน้ำแร่ “ออนเซน” จากธรรมชาติเพื่อสุขภาพ หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน **

วันที่สี่ของการเดินทาง (4) คาวากูจิโกะ - ภูเขาไฟฟูจิ – พิพิธภัณฑ์ราเมน - โตเกียว – ชินจูกุ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น นำท่านสู่ “ภูเขาไฟฟูจิ” สัญลักษณ์ของแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ และยังเป็นภูเขาไฟที่มีลักษณะที่งดงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ที่มีความสูงประมาณ 3,776 เมตร ซึ่งมีหิมะปกคลุมบนยอดเขาตลอดทั้งปี.... นำท่านขึ้นสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายอย่างใกล้ชิดที่ “สถานีที่ 5”บนระดับความสูงที่ 2,500 เมตร (ในกรณีที่อากาศเอื้ออำนวย) อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความงามของภูเขาไฟแห่งนี้สมควรแก่เวลา นำท่านตามรอย “ทีวีแชมป์เปี้ยน” (T.V. Champion) รายการยอดฮิตติดอันดับที่ “พิพิธภัณฑ์ราเม็ง” ศูนย์รวมร้านราเม็งที่ขึ้นชื่อจากทั่วทุกมุมของประเทศญี่ปุ่น มาให้ท่านได้ลิ้มรสกัน .… นำท่านสู่โซน “พิพิธภัณฑ์” ท่านจะได้พบกับประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของ “ราเม็ง” ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน และการผลิตราเม็งกึ่งสำเร็จรูปหลากหลายชนิดและหลากแบรนด์ชื่อดัง … แล้วนำท่านสู่โซน “ร้านค้า” ท่านจะได้เลือก “ชมและชิม” รูปแบบอันหลากหลายและความเลิศรสของ “เส้นราเม็งและน้ำซุป” ในแบบต่างๆ ที่ท่านไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน …. อิสระให้ท่านได้ “เลือกชมและชิม”ราเม็งสูตรต่างๆที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนให้ท่านลิ้มรสกันมากมาย …

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารราเมนภายในพิพิธภัณฑ์

(มอบคูปองมูลค่า 1,500 เยนให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์การสั่งราเมนด้วยตู้อัตโนมัติด้วยตัวท่านเอง)
นำท่านเดินทางสู่ “มหานครโตเกียว” เมืองหลวงปัจจุบันของญี่ปุ่น ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและเทคโนโลยีมากมายนำท่านเดินทางสู่ช่วงเวลาที่ท่านรอคอย! สัมผัสบรรยากาศย่านช้อปปิ้งชื่อดังของญี่ปุ่นที่ท่านจะได้เพลิดเพลินกับการจับจ่ายสินค้าถูกตาถูกใจ ถูกเงินในกระเป๋า ชินจูกุ ย่านช้อปปิ้งที่มีความเจริญอันดับหนึ่งของโตเกียว ปัจจุบันถูกขนานนามว่า ศูนย์กลางที่สองแห่งนคร ศูนย์รวมร้านค้าจัดแต่งอย่างหรูหราน่ารักหลากสไตล์ รวมถึงร้านขายสินค้าชื่อดังซึ่งเป็นที่นิยมทั้งชาวญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนร้าน 100 yen สินค้าภายในร้านจะราคา 100 เยนเท่ากันหมด ทั้งเครื่องสำอาง กิ๊ฟช็อป ขนม และสินค้ามากมายที่ท่านสามารถเลือกซื้อเป็นของฝากของขวัญกลับบ้านได้ในราคาสบายกระเป๋า อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าถูกใจ อาทิ นาฬิกาแบนด์เนมดัง อุปกรณ์อีเลคทรนิค กล้องถ่ายรูปดิจิตอล หรือ สินค้าเอาใจคุณผู้หญิง อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางยี่ห้อดังของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น KOSE, SHISEDO, KANEBO, SK-II ในราคาถูกกว่าเมืองไทย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ... บริการท่านด้วย “เซ็ตขาปูยักษ์” ที่ร้าน “คะนิโดระคุ” (Kani Doraku) ร้านขายปูยักษ์ที่ดังและอร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ที่รายการ “ทีวีแชมป์เปี้ยน” ไม่พลาดที่จะมาประกาศความอร่อยให้ไปลองทานกัน ... เสิร์ฟท่านด้วย “ขาปูยักษ์” ที่นำมาปรุงในรูปแบบต่างๆ มากมาย อาทิ “สุกี้หม้อไฟ, ขาปูเผา / นึ่ง/ ซาชิมิขาปูยักษ์” ที่จะให้ท่านได้อิ่มหนำสำราญกัน

ที่พัก : Hyatt Regency Tokyo Hotel หรือเทียบเท่า











วันที่ห้าของการเดินทาง (5) โตเกียว – วัดอาซากุซ่ะ – โตเกียวดิสนีย์ซี (อิเล็กทริพาเหรด)


นำท่านเดินทางสู่“วัดอาซะกุซ่าคันนอน”วัดเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว....เชิญท่านกราบนมัสการขอพรจาก“องค์เจ้าแม่กวนอิม” ที่เป็นทองสัมฤทธิ์ มีขนาดเล็กเพียง 5.5 เซนติเมตร พร้อมถ่ายภาพความประทับใจกับ“โคมไฟขนาดยักษ์” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูง 4.5 เมตร หากมีเวลา เชิญท่านเลือก “ชมและเช่า” เครื่องรางของขลังอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้…. หรือจะเลือก เดินที่ “ถนนนาคามิเซะ” ท่านจะได้ “ชมและซื้อ” สินค้าของฝากของที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมือง “Made In Japan” แท้ๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้คุณภาพดี มากมาย อาทิ ร่ม, หมวก, รองเท้า, กระเป๋า, เสื้อผ้า เป็นต้น หรือจะเลือกชิม ขนมอร่อย สไตล์ญี่ปุ่นตามอัธยาศัย แล้ว

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ “โตเกียว ดิสนีย์แลนด์” ดินแดนหรรษาสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทุ่มทุนสร้างกว่า 600 ล้านบาทโดยการถมทะเล....เชิญท่านสัมผัสกับความอลังการจากจินตนาการอันหลากหลาย....ตื่นตากับดินแดนตะวันตก “Western Land” ตื่นเต้นกับการล่องเรือผจญภัยผ่านเหล่า “โจรสลัด” ที่แสนน่ากลัวใน “Pirates of the Caribbean”...สนุกสนานกับการนั่งเรือบุกป่าที่ “Jungle Cruise” ท่านจะได้พบกับเหล่าสัตว์ป่านานาชนิด.... แล้วพักผ่อนอิริยาบถด้วยการนั่ง “รถไฟ” ชมความหลากหลายภายในดีสนีย์แลนด์ ....ต่อด้วยการสนุกเร้าใจที่ “Big Thunder Mountain” นั่งรถไฟขนถ่านตลุยความมันส์ในเหมืองแร่โบราณ

เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลากับความสนุกในสวนสนุกอย่างคุ้มค่า

ตื่นเต้นสะพรึงกลัวที่ “ปราสาทผีสิง” (Hunted Mansion) ที่เป็นที่มาของภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องดังแห่งปี…. แล้วสนุกสนานต่อกับ “Splash Mountain” ที่ท้าทายความกล้า, แล้วสนุกกับเครื่องเล่นมากมายที่รอให้ท่านได้เข้าไปท้าทายกัน...
ชม “ขบวนพาเหรด” จากเหล่าการ์ตูนดังมากมาย อาทิ มิกกี้เม้าส์, มินนี่เม้าส์, โดนัลดักส์ เป็นต้น...อิสระให้ท่านได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับเครื่องเล่นอีกมากมายต่อตามอัธยาศัย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร คริสตัล พาเลซ ภายในสวนสนุก บริการท่านด้วยเมนูบุฟเฟ่ต์นานาชนิด

(แจกคูปอง มูลค่าท่านละ 2,500 เยน สำหรับรับประทานอาหารเย็นมื้อนี้)

ที่พัก : ANA Crowne Narita Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่หกของการเดินทาง (6)นาริตะ – วัดนาริตะซัน – ช้อปปิ้งอิออน พลาซ่า - กรุงเทพฯ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

(กรุณาตรวจสอบสัมภาระให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมเดินทางไปสนามบิน)
นำท่านเดินทางโดย สู่ วัดนาริตะซัน ชินโชจิ เข้านมัสการขอพรองค์พระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล วัดแห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของโรงเรียนสอนศาสนา ลัทธิชินกอน สร้างขึ้นโดยเจ้าคณะคันโจ ในปี 940 ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วัดหลักของลัทธิคันโต ที่ได้สร้างขึ้นอุทิศแด่ศาสนาพุทธให้กับ เทพเจ้าฟูดูเมียวโอะ ซึ่งเป็น เทพเจ้าแห่งไฟ จุดเด่นของวัดถือเป็นเทพชั้นสูงสุดของลัทธิชินกอน แกะสลัก และถวายโดย โคโบไดจิ ตามราชโองการของ จักรพรรดิซากะ วัดแห่งนี้มีผู้แวะเวียนเข้าสักการะมากว่า 10 ล้านคนต่อปี ... ทางวัดได้จัดศูนย์บริการข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวไว้อยู่ทางขวาด้านหลังตึกฮอนโด และมี สวนนาริตะซัง ในพื้นที่กว่า 165,000 ตารางเมตร เป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามร่มรื่น และอากาศบริสุทธิ์ตลอดทั้ง 4 ฤดู

จากนั้น นำท่านสู่แหล่งช้อปปิ้งทันสมัยขนาดใหญ่ของเมืองนาริตะ ณ อิออน พลาซ่า อิสระให้ท่านได้เลือกชม-ซื้อหาสินค้า จากร้านค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของแต่งบ้าน ของที่ระลึก ฯลฯ ... สนุกสนานกับการจับจ่ายสินค้าของร้าน 100 YEN สินค้าทุกอย่างในร้านราคาชิ้นละ 100 เยนและภายในอาคารยังมี ห้างจัสโก้ ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งกันต่ออย่างเพลิดเพลิน อีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน .... อิสระตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า (ไม่รวมอาหาร)

อิสระให้ท่านเลือกช้อปปิ้งต่ออย่างจุใจ...สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ “สนามบินนาริตะ”

16.55 น. ออกเดินทางจาก นาริตะ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบิน TG677

21.25 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

อัตราค่าบริการ
ประเภทผู้เดินทาง
ผู้ใหญ่
ลูกค้าปกติ 64,900.-
สมาชิกบัตรหลัก 62,900.-
สมาชิกบัตรเสริม 63,900.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี (พักกับ ผู้ใหญ่ 1ท่าน)
ลูกค้าปกติ 63,900.-
สมาชิกบัตรหลัก 61,900.-
สมาชิกบัตรเสริม 62,900.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี (พักกับ ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ... มีเตียงเสริม )
ลูกค้าปกติ 62,900.-
สมาชิกบัตรหลัก 60,900.-
สมาชิกบัตรเสริม 61,900.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี (พักกับ ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ... ไม่มีเตียงเสริม )
ลูกค้าปกติ 57,900.-
สมาชิกบัตรหลัก 55,900.-
สมาชิกบัตรเสริม 56,900.-
พักเดี่ยวเพิ่ม
ลูกค้าปกติ 12,000.-
สมาชิกบัตรหลัก 12,000.-
สมาชิกบัตรเสริม 12,000.-
มีตั๋วแล้ว (ผู้ใหญ่)
ลูกค้าปกติ 15,500.-
สมาชิกบัตรหลัก 15,500.-
สมาชิกบัตรเสริม 15,500.-

อัตราค่าบริการนี้รวม

ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ไป – กลับชั้นทัศนาจร ตามเส้นทางและสายการบินที่ได้ระบุไว้ในรายการ พร้อมภาษีสนามบินทุกแห่ง ทีมีการกำหนดใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2551
ค่าที่พัก ห้องละ 2 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่าธรรมเนียมวีซ่า ( สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย )
ค่าอาหาร, ค่าเข้าชม และค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ได้ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับท่านในตลอดการเดินทาง
ค่ากระเป๋าเดินทาง และค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางในวงเงิน ท่านละ 1,000,000.- บาท


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง
ค่าภาษีเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมอีก !!!!!


เงื่อนไขการชำระเงิน : สำหรับการจอง กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 10,000. - บาท ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วัน

· ชำระด้วยเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ (ประเทศไทย) จำกัด

· ชำระโดยเงินสด

· ชำระด้วยการโอนเงินผ่านธนาคาร (กรุณาแฟกซ์ใบนำฝากมายังเบอร์ Fax 0-2661-8083)

ชื่อบัญชี บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ (ประเทศไทย) จำกัด

ธนาคารกสิกรไทย สาขาถ.รัชดาภิเษก(สุขุมวิท-พระราม4) เลขที่ 718-2-38158-0 บัญชีออมทรัพย์

หรือ ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยอาคารซีทีไอ เลขที่ 081-0-00616-2 บัญชีออมทรัพย์

การยกเลิก : กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 21 วันทำการ มิฉะนั้น ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ

กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 14 วันทำการ ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องหัก 50% ของอัตราค่าบริการ

กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด

หมายเหตุ :

Ø รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบิน และอัตราแลกเปลี่ยน …. โดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

Ø ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่น / การนำสิ่งของผิดกฎหมาย / เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงภัยธรรมชาติ และการยกเลิกเที่ยวบิน

Ø รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอ ที่ท่านจะต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้สำรองที่นั่งบนเครื่องบินและห้องพักโรงแรมต่างประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

>>>คลิ๊กลิงก์นี้เพื่อดาว์โหลดใบจองตั๋ว
http://w3.thaiwebwizard.com/member/imageholiday/images/member/ใบจองทัวร์.pdf

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ลักษณะ อาชีพมัคคุเทศก์

ชื่ออาชีพ มัคคุเทศก์ Guides , Sightseeing Guides Travel Guides
รหัสอาชีพ 5-91.30 (TSCO) 5113 (ISCO)
นิยามอาชีพ

ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำหน้าที่ในการนำนักท่องเที่ยว หรือนักเดินทาง เดินทางท่องเที่ยว ทัศนาจรตามสถานที่ต่างๆ ตามแผนการทัศนาจร หรือตามโครงการนำเที่ยวของบริษัทจัดการนำเที่ยว หรือตามความต้องการของนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทาง ในการให้ความรู้แก่นักท่วงเที่ยวด้วยการอธิบาย และบรรยายถึงสภาพ และสถานที่เที่ยวที่สำคัญด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

ลักษณะของงานที่ทำ

ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ จะต้องศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นำเที่ยว รวมทั้งความรู้ด้าน ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ จารีตประเพณี วัฒนธรรม วางแผนกำหนดเส้นทาง จัดกำหนดการนำเที่ยว ให้เหมาะสมกับฤดูกาล และระยะเวลา ติดต่อสถานที่พักแรม หรือเตรียมอุปกรณ์เพื่อการพักแรมในสถานที่ ที่จะนำเที่ยว นำนักท่องเที่ยวชมสถานที่ และบรรยายให้นักท่องเที่ยวได้ทราบความเป็นมาของสถานที่ และท้องถิ่น แหล่งธรรมชาติที่น่าชม และน่าสนใจ ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม จารีตประเพณี ความเป็นอยู่ของประชาชน จัดการพักแรม และดูแลให้ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในระหว่างการนำเที่ยว โดยพยายามจัดการให้บริการที่ต้องสร้างความพอใจ และประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างทั่วถึงและต้องมีจรรยาบรรณทางวิชาชีพ อาชีพมัคคุเทศก์ จัดแบ่งออกเป็นกลุ่มตามกลุ่มของนักท่องเที่ยว คือ มัคคุเทศก์พาเที่ยวภายในประเทศ (Domestic) มัคคุเทศก์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์นำเที่ยวชาวต่างประเทศ (Inbound) นอกจากนี้ ยังแบ่งกลุ่มมัคคุเทศก์ตามลักษณะของการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์เดินป่า มัคคุเทศก์ทางทะเล มัคคุเทศก์ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น

สภาพการจ้างงาน

ผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนประจำ หรือ ค่าจ้างเป็นเที่ยวในการพานักท่องเที่ยวออกไปท่องเที่ยว ซึ่งจะคิดค่าจ้างเป็นรายวันเฉลี่ยประมาณวันละ 1,500-3,000 บาท และอาจจะได้รับค่าตอบแทนถึง 100,000 บาทเป็นค่านายหน้าจากบริษัท หรือร้านที่นักทัศนาจรมา ซื้อของที่ระลึก หรือเข้าชมการแสดงในสถานที่ท่องเที่ยว ตามที่แต่ละแห่งได้ตั้งค่านายหน้าไว้ ผู้ทำงานมัคคุเทศก์มีกำหนดเวลาทำงานที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับโครงการ และแผนการนำเที่ยว ซึ่งกำหนดไว้ในแต่ละรายการ ผู้ปฏิบัติงานนี้จะต้องผ่านการอบรมวิชาชีพมัคคุเทศก์ และมีความรู้ภาษาต่างประเทศซึ่งสามารถใช้งานได้ดี

สภาพการทำงาน

มัคคุเทศก์ จะทำงานตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการนำเที่ยวมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ถึงสามหรือสี่สัปดาห์ และในขณะพานักท่องเที่ยวทัศนาจรต้องดูแลนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง นำนักทัศนาจร หรือนักท่องเที่ยว ตั้งแต่คนเดียวจนถึงเป็นกลุ่ม หรือกลุ่มใหญ่ไปชมสถานที่ต่างๆ ทั้งในเมืองและต่างจังหวัดตามที่กำหนดไว้ในแผนการนำเที่ยว การเดินทางอาจจะมีทั้งระยะใกล้ ไกล อาจใช้ยานพาหนะทุกประเภท อาจต้องนำเที่ยวในลักษณะผจญภัย อย่างเช่น ทัวร์ป่า การเดินขึ้นเขา การล่องแพ การค้างแรมร่วมกับกลุ่มชนชาวพื้นเมือง ขึ้นอยู่กับแผนการนำเที่ยว และรูปแบบของการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์จะต้องวางแผนติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริการ การอำนวยความสะดวก และการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง รวมไปถึงการให้ข้อมูลที่จำเป็น และให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวในการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของการท่องเที่ยว ตลอดจนตอบข้อซักถาม ให้คำแนะนำในระหว่างการเดินทางรวมทั้งต้องทำ กิจกรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ร่วมเดินทางทุกคนได้รับความสนุกสนาน ประทับใจ ในบางครั้งอาจจะต้องจัด กิจกรรม หรือให้บริการที่สร้างความพอใจให้กับนักท่องเที่ยวตามจุดประสงค์ที่นักท่องเที่ยวต้องการภายในระยะเวลาที่กำหนด และพร้อมที่จะแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวได้ ตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งมัคคุเทศก์จะต้องทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันต้องใช้ความอดทน และอดกลั้นสูง ดังนั้น ความพร้อม และความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย และจิตใจจึงมีความสำคัญมาก เพราะนักท่องเที่ยว มีอัธยาศัย และพื้นฐานความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป เมื่อมารวมกลุ่มกันจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างบรรยากาศให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยดี อีกทั้งได้รับความสุข ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินด้วย มัคคุเทศก์จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของท้องถิ่น และประเทศนั้น ๆ

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

ผู้ประกอบอาชีพนี้ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1। พูดภาษาต่างประเทศได้อย่างน้อย คือ ภาษาอังกฤษ 2. มีความรู้ทั่วไป และเป็นผู้ที่ขวนขวายหาความรู้สม่ำเสมอ 3. รักการเดินทางท่องเที่ยว และงานบริการ ปรับตัวได้ และเป็นนักแก้ไขปัญหาได้ดีใน ทุกสถานการณ์ 4. มีความยืดหยุ่น ประนีประนอม และมีลักษณะอบอุ่นโอบอ้อมอารีเป็นที่ไว้วางใจของ ผู้เดินทางร่วมไปด้วย 5. มีความเป็นผู้นำ มีความกล้า มีความรอบคอบและไม่ประมาท 6. มีทัศนะคติดี ร่าเริง มีความเสียสละซื่อสัตย์ ซื่อตรง และอดทน 7. สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีไหวพริบและปฏิภาณดี 8. มีความคิดสร้างสรรค์ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี 9. เป็นนักสื่อสารที่ดี รักการอธิบาย และการบรรยายความรู้ต่าง ๆ 10. เป็นนักจัดเก็บข้อมูลที่ดี ทั้งข้อมูลการ ท่องเที่ยว ความนิยมของลูกค้า และรายชื่อลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้ : มัคคุเทศก์ท้องถิ่น เป็นผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า และได้รับการอบรม เพิ่มเติม เพื่อรับวุฒิบัตรพัฒนาฝีมือแรงงาน(วพร.) เป็นเวลา 320 ชั่วโมง หรือ 40 วัน มัคคุเทศก์ภายในประเทศ และมัคคุเทศก์นำเที่ยวชาวต่างประเทศ เป็นผู้มีพื้นฐานการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไปต้องเข้ารับการอบรม และมีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จากสถาบันที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การรับรอง หรือ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะ หรือสาขาวิชาธุรกิจ การท่องเที่ยว

โอกาสในการมีงานทำ

ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ทำเงินรายได้ให้ประเทศมากที่สุด และในปี2543 จะนำเงินเข้าประเทศได้ประมาณ 3 แสนล้านบาท โดยได้เปิดตลาดเพื่อส่งเสริมการขาย และการท่องเที่ยวของประเทศไทยในต่างประเทศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการธุรกิจ การท่องเที่ยว ส่วนในประเทศได้เน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และศักยภาพในทุกด้านของทุกจังหวัด เพื่อส่งเสริม และรองรับคนไทยให้เที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น โดยเน้นทั้ง ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน วัฒนธรรม ประเพณีของทุกจังหวัด และทัวร์สิ่งแวดล้อม หรืออีโคทัวริสซึ่ม แนวโน้มของคนในยุคปัจจุบันเมื่ออยู่ในสังคมใหม่จะแสวงหาวันหยุดที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และความเงียบสงบ นักท่องเที่ยวต่างประเทศปัจจุบันจะเลือกเที่ยวในประเทศที่มีการจัดการและรักษา สิ่งแวดล้อม และสภาพทางนิเวศวิทยาที่ดีเท่านั้น อาจจะจัดเป็นทัวร์สุขภาพธรรมชาติบำบัด หรือรูปแบบการอบรมสัมมนาเนื้อหาทางพุทธศาสนา และทำสมาธิ การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวบ้านเพื่อเรียนรู้ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวบ้านเป็นต้น ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพที่จะจัดเป็นเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ ดังนั้น บุคคลผู้สนใจประกอบอาชีพนี้สามารถเปิดการให้บริการ โดยสามารถจัดเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่มของตนเองขึ้นบนเว็บไซต์ออนไลน์เสนอให้ผู้สนใจทั่วโลกเลือกพิจารณารูปแบบการท่องเที่ยวได้ อนึ่ง องค์การท่องเที่ยวโลกได้มีการสนับสนุนกำหนดให้ วันที่ 27 กันยายนของทุกปี เป็นวันท่องเที่ยวโลก โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวที่มี ต่อวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจของประเทศและโลกโดยรวม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ได้สนับสนุนอุตสาหกรรมนี้เพราะเล็งเห็นถึงความมีศักยภาพในการเป็นประตูไปสู่การท่องเที่ยว อินโดจีน หรือภูมิภาค เข้าสู่ จีน พม่า ลาว เขมร และเวียตนาม ซึ่งนับว่าอาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสำคัญส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะมีส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้ได้มาตรฐานแล้วเป็น ผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวสนใจที่จะเลือกบริโภค ในประเทศที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้นโอกาสการมีงานทำเป็นมัคคุเทศก์จึงค่อนข้างมีมากและมีโอกาสความ ก้าวหน้าในอาชีพ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรอบรู้ ความสามารถ และจรรยาบรรณในวิชาชีพของมัคคุเทศก์ แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าขาดมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพ ก็ไม่สามารถทำให้นโยบายดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลได้ จึงได้มีการส่งเสริม และพัฒนาอาชีพนี้ โดย ในปี 2543 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดให้มีรางวัลพิเศษขึ้น คือ "มัคคุเทศก์ไทยดีเด่น " ในงานไทยแลนด์ทัวริสซึ่มอวอร์ด 2000 อันถือว่าเป็นงานยอดเยี่ยมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรการ ท่องเที่ยว ทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตลอดจนจัดการบริการให้มีมาตรฐาน

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
ความก้าวหน้าในอาชีพนี้ไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่ง แต่สามารถวัดได้จากความสามารถทางด้านภาษา ความอดทน ความเป็นมืออาชีพ ดังนั้น ผู้ที่สนใจต้องการประกอบอาชีพนี้สามารถติดต่อได้ที่บริษัท จัดท่องเที่ยว เมื่อมีประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยวได้มาก และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องก็สามารถเปิดบริษัทเองได้ถ้าอยู่ในต่างจังหวัดสามารถ เปิดสำนักงานของตนเองได้แต่จะต้องสำรวจพื้นที่ที่ตนอยู่ และจังหวัดใกล้เคียงว่ามีแหล่งทรัพยากร การท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และจัดเป็นรูปแบบการเดินทางได้หรือไม่ จากนั้นก็จัดทำโฮมเพจ เสนอบริการ ขึ้นเว็บไซต์ตรงสู่ผู้สนใจ โดยปรึกษากับบริษัทที่ปรึกษาการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ โดยใช้บ้านเป็นสำนักงาน
อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
จัดกลุ่มท่องเที่ยวแบบอิสระที่ตนมีความรู้ความชำนาญทั้งภายในประเทศ และต่างระเทศ เช่น ทัวร์ศิลปวัฒนธรรม ทัวร์เกษตรกรรม เป็นต้น เปิดสถานที่ให้คำแนะนำการท่องเที่ยว จำหน่ายตั๋วเครื่องบิน ให้บริการยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยานภูเขา เรือเช่า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็น ให้กับนักเดินทาง และนักท่องเที่ยวจัดหา เป็นต้นหรือจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกที่น่าสนใจ หรือหายากในประเทศ จัดศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวท้องถิ่น จัดที่พักแรมเดินทางในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จัดพิมพ์หนังสือคู่มือ การท่องเที่ยว และพิมพ์ภาพโปสการ์ดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสนใจ

ท่องเที่ยวประเทศฮ่องกง

ท่องเที่ยวประเทศฮ่องกง
ข้อมูลทั่วไป: ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรี่ส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ ฮ่องกง มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร การขอวีซ่า และสถานทูตไทยในฮ่องกง: นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งแต่เดิม สามารถอยู่ได้เพียง 14 วัน ก่อนเข้าไปยัง ฮ่องกง ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเข้าเมือง ซึ่งจะต้องกรอกให้สมบูรณ์ และแนบไปกับหนังสือเดินทางเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองค่ะ
ภาษาที่ใช้: ชาวฮ่องกง พูดได้หลายภาษาค่ะ ทั้งภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง อังกฤษ และอาจจะรวมถึงภาษาไทยด้วย ภาษาราชการของ ฮ่องกง คือ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี ส่วนภาษาอังกฤษนั้นชาวฮ่องกงก็สามารถพูดได้ดีเช่นกัน เนื่องจากฮ่องกงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และในขณะเดียวกัน ฮ่องกงก็ยังอยู่ในอาณาเขตการปกครองของประเทศจีนด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้จึงไม่มีปัญหาในการสื่อสาร ส่วนภาษาไทยนั้น ในสถานที่ที่ได้รับความนิยม อย่างแหล่งช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ผู้คนแถวนั้นก็จะสามารถพูดภาษาไทยได้ด้วยค่ะ ความแตกต่างของเวลา: เวลาในฮ่องกงจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงไม่มีปัญหาในเรื่องเวลาที่แตกต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็อย่าลืมเปลี่ยนเวลาที่นาฬิกาของท่าน เมื่อไปถึงที่ฮ่องกงแล้วด้วยนะคะ
สภาพอากาศ: อากาศที่ฮ่องกง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนชื้น และมักเกิดลมมรสุม มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายและแห้ง น้อยครั้งที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมีฝนตกชุกและลมแรง ถ้าจะให้ดีควรศึกษาสภาพอากาศในตอนนั้นให้ดีก่อนเดินทางนะคะ
ค่าเงิน และการธนาคาร: สกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมายคือเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HK$) 1 ดอลลาร์มี 100 เซ็นต์ สำหรับเหรียญ 10 เซ็นต์ 20 เซ็นต์และ 50 เซ็นต์ ซึ่งออกโดยรัฐบาลมีสีบรอนซ์ เหรียญ 1 HK$, 2 HK$, และ 5 HK$ มีสีเงิน ส่วนเหรียญนิคเกิลและบรอนซ์ใช้กับเหรียญ 10 HK$ ส่วนธนบัตรที่ออกโดย HSBC และธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มี 10 HK$, 20 HK$, 50 HK$, 100 HK$, 500 HK$ และ 1,000 HK$ ส่วนแบงก์ออฟไชน่าออกธนบัตรทุกประเภท ยกเว้น 10 HK$ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน 1 HK$ กับเงินบาท อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้จากธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยน จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น นักท่องเที่ยวควรดูอัตราแลกเปลี่ยนดีๆก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะขาดทุนได้ค่ะ
ระบบไฟฟ้า: กระแสไฟฟ้าของฮ่องกงเป็นระบบ 200/220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ตซ์ แต่ตัวปลั๊กจะเป็นแบบสามตา ถ้าหากนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่นั่น ท่านอาจต้องพกเต้าแปลงปลั๊กไปด้วยนะคะ เผื่อไว้ในกรณีที่บางโรงแรมในฮ่องกงไม่มีให้บริการค่ะ
ระบบโทรศัพท์: การโทรศัพท์ภายในฮ่องกงเอง (Local Call) จะไม่เสียค่าบริการค่ะ ซึ่งร้านค้า และ ที่พักในฮ่องกงส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ไว้ให้บริการอยู่แล้ว แต่ท่านควรสอบถามจากทางโรงแรมก่อนว่ามีการคิดค่าบริการโทรศัพท์ และชาร์จอย่างไร ไม่อย่างนั้นท่านอาจต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในราคาแพงพอสมควร อันนี้ต้องระวังนะคะ เครื่องโทรศัพท์สาธารณะระบบ IDD สามารถโทรทางไกลออกนอกประเทศได้ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตร โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว (HKTA) รวมถึงร้านขายสินค้าที่ระลึกทั่วไป โทรศัพท์หยอดเหรียญสาธารณะคิดค่าบริการครั้งละ 1 HK$ ใช้ได้นาน 5 นาที สำหรับการโทรกลับเมืองไทยแบบอัตโนมัติ กด 00 + 66 + รหัสจังหวัด + เบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออกได้เลยค่ะ หากเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือมาจากประเทศไทย ก็กด 0066 ต่อด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทรออกได้เลยเหมือนกันค่ะ การเดินทางเข้าฮ่องกง และการเดินทางจากสนามบินเข้ามาในเมือง: นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางเข้ามายังเกาะฮ่องกงได้หลายทางด้วยกัน เช่น ทางอากาศ หรือ ทางน้ำ ส่วนการเดินทางสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนามบินนานาชาติฮ่องกงที่เช็คแล ปก๊ก บนเกาะลันเตา กับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ รวมทั้งภายในเกาะลันเตาเอง สามารถเลือกใช้บริการได้หลากหลาย ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถแท็กซี่ค่ะ การเดินทางโดยรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express Line - AEL) รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสถานีฮ่องกง ในเขตเซ็นทรัล ซึ่งรถไฟขบวนนี้จะแล่นผ่านสถานีซิงยี่ และสถานีเกาลูน ภายในเวลาเพียง 23 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$ รถไฟจะออกในทุกๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 5।50 - 1।00 น। ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังโรงแรมต่างๆในฮ่องกง สำหรับผู้ใช้บริการ AEL อีกด้วย การเดินทางโดยรถประจำทางมี ให้บริการกว่า 30 สาย ที่ให้บริการจากสนามบิน รวมทั้งบริการรถประจำทางปรับอากาศ 9 สาย ซึ่งจะหยุดจอดน้อยกว่ารถประจำทางทั่วไป ค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ที่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45 HK$ การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่วิ่งระหว่างท่าเรือเช็คแลปก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 6।00 - 23।00 น। ของทุกวัน การเดินทางโดยรถแท็กซี่ไป ยังสถานที่ต่างๆภายในฮ่องกง สามารถเรียกใช้บริการได้จากจุดรับส่งรถแท็กซี่ แท๊กซี่ทุกคันจะติดตั้งมิเตอร์ เริ่มต้นที่ 15 HK$ หากมีกระเป๋าเดินทางด้วย จะต้องเสียค่าประเป๋าอีกใบละ 5 HK$ เส้นทางปกติจากสนามบินถึงเขตเซ็นทรัล มีราคาประมาณ 330 HK$ และถึงจิมซาโจ่ยประมาณ 270 HK$ ค่ะ การเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน (Mass Transit Railways - MTR) ภายในฮ่องกง เรียกได้ว่ามีความทันสมัยและสะดวกสบายที่สุด ท่านสามารถโดยสาร MTR ได้ในทุกๆ 2-4 นาที ตั้งแต่ 6।00 – 1.00 น. ของทุกวัน การเดินทางโดยรถไฟสายเกาลูน-กวางตุ้ง (KCRC East Rail) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเซินเจิ้น ในจีน รถไฟ เคซีอาร์ซี สายนี้ ให้บริการระหว่างสถานีรถไฟ Hung Hom ฝั่งเกาลูนไปยังสถานี Lo Wu ก่อนข้ามชายแดนเข้าไปเขตเซินเจิ้นค่ะ ส่วนการเดินทางที่ถือว่าประหยัดที่สุดในฮ่องกงคือ การโดยสารรถรางค่ะ ซึ่งคิดราคา 2 HK$ ตลอดสาย แต่จะไม่มีการทอนเงินนะคะ เพราะฉะนั้น ท่านควรเตรียมค่าโดยสารให้พอดีด้วยค่ะ ผู้โดยสารที่อายุตั้งแต่ 12 ปี ต้องจ่ายค่าภาษีขาออกสนามบิน (Air Passenger Departure Tax - APDT) ราคา 80 HK$ (ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับค่าตั๋วเครื่องบิน) ผู้โดยสารที่เดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เป็นต้นมา มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จ ความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security Surcharge - ASS) เพิ่มอีก 13 HK$ จากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง ซึ่งรวมแล้วจะต้องจ่ายทั้งหมด 33 HK$ ค่ะ ข้อแนะนำพิเศษ: นักท่องเที่ยวสามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้เข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเสียภาษี: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ไวน์ หรือเหล้าขวดขนาด 1 ลิตร ยาสูบ - บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ 50 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม ส่วนงาช้าง รัฐบาลฮ่องกงมีข้อบังคับเข้มงวดมากในเรื่องการนำเข้าและส่งออกงาช้าง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรสภาพและที่แปรสภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะนำเข้าหรือนำงาช้างออกนะคะ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเองโดยไม่ได้มากับทัวร์ สามารถซื้อบัตร Octopus เพื่อใช้จ่ายขณะอยู่ที่ฮ่องกงได้ ซึ่งบัตรนี้ สามารถนำไปใช้จ่ายค่ารถไฟใต้ดิน และจ่ายค่าสินค้าต่างๆได้ ตามร้านค้าที่รับบัตรนี้ค่ะ ถ้าเงินหมดก็สามารถเติมเงินผ่านตู้ Auto หรือจากเคาน์เตอร์ก็ได้เช่นกัน และหากถึงวันเดินทางกลับแล้ว แต่เงินในบัตรยังใช้ไม่หมด ท่านสามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้อีกด้วยนะคะ บัตร Octopus นี้ก็จะคล้ายๆกันกับ บัตร Smart purse ในบ้านเราค่ะ การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถแท็กซี่ไม่ว่าจากโรงแรมในฮ่องกงที่ท่าน พำนัก หรือจากที่ใดก็แล้วแต่ เพื่อไปยังสถานที่สำคัญต่างๆในฮ่องกง ท่านควรจดที่อยู่เป็นภาษาจีนยื่นให้คนขับรถ เพื่อความสะดวกในการไปส่งท่านค่ะ



หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ:
- บริการค้นเลขหมายโทรศัพท์: 1081- สอบถามเวลา: 18501- สภาพอากาศ: 187 8066- บริการโทรศัพท์ทางไกล IDD และการ์ดโฟน: 10013- บริการฉุกเฉิน (ตำรวจ อัคคีภัย รถพยาบาล): 999- บริการสายด่วน RTHK (ข่าวด่วน): +852 2272 000- สายด่วนบริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง: + 852 2508 1234

อาหารท้องถิ่น: การไปเยือนฮ่องกง ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชีย” ท่านไม่ควรพลาดการไปลองชิมอาหารในเมืองนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม ฮ่องกง มีทั้งภัตตาคารจีนชั้นเลิศในบรรยากาศหรูหรา และ ร้านอาหารข้างทางกับบรรยากาศพลุกพล่าน แต่ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ให้ท่านได้เลือกตามใจชอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน เชฟในภัตตาคารส่วนใหญ่ โดยเฉพาะของโรงแรมในฮ่องกง จะมีความชำนาญในการปรุงอาหารขึ้นชื่อของจีน ไม่ว่าจะเป็น อาหารปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสฉวน กวางตุ้ง แต้จิ๋ว หูหนาน ฯลฯ สำหรับอาหารที่มีชื่อเสียงของฮ่องกงคงไม่พ้น ติ่มซำ เป็นแน่ ส่วนอาหารมื้อเช้าที่ได้รับความนิยมก็คือ โจ๊กต่างๆซึ่งมักทานร่วมกับปาท่องโก๋ นอกจากนี้ยังรวมถึง เป็ดย่าง หมูแดง ด้วย ถ้าใครไปฮ่องกงแล้วไม่ได้ทานอาหาร 3 สิ่งนี้ถือว่าท่านยังไปไม่ถึงฮ่องกงอย่างแน่นอนเลยค่ะ แหล่งช้อปปิ้ง: หากพูดถึงการไปเที่ยวที่ฮ่องกงนั้นต้องนึกถึงการไปช้อปปิ้งสินค้าจากสินค้า แบรนเนม ไปจนถึงสินค้าตามตลาดนัดทั่วไป และในช่วงเทศกาลลดราคาคือช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือน ธ।ค. ถึง ก.พ.) และฤดูร้อน (ก.ค. ถึง ก.ย.) ร้านค้าจะพากันลดราคากระหน่ำชนิดจุใจนักช้อปตัวยง ราคาสินค้าแบรนเนมในฮ่องกงจะมีราคาถูกกว่าประเทศไทยครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น Bossini ที่ใครๆไปก็ขนเสื้อผ้ายี่ห้อนี้กลับมากันทั้งนั้น ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว: (1) สนามบินนานาชาติฮ่องกง (ที่บริเวณ Buffer Halls และ Transfer Area E2) จะมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 - 23.00 น. ทุกวัน มีเอกสารสำหรับนักท่องเที่ยวและเครื่อง i CyberLink



การสร้างมนุษยสัมพันธ์กับงานมัคคุเทศก์


มัคคุเทศก์ หรือที่พวกเรามักเรียกกันง่าย ๆ ว่า “ไกด์” นั้น จัดได้ว่าเป็นบุคลากรด้านธุรกิจท่องเที่ยว ที่ใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา เพราะเป็นผู้บอกเล่าเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศนั้น ตลอดจนความรู้อื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยว ดังนั้น มัคคุเทศก์จึงมีความพร้อมหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การมีบุคลิกภาพดี มีความรู้ความสามารถ และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกที่ดีและประทับใจในการบริการวันนี้เลยมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก ที่คนทำงานด้านมัคคุเทศก์ ควรมีอย่างยิ่ง

เปิดฉากการทักทาย

เมื่อมัคคุเทศก์พบกับนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก คุณควรสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มและแนะนำตนเองก่อนเสมอด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร เพื่อเป็นการแสดงถึงความจริงใจ เพราะวิธีนี้เป็นการสร้างจุดเริ่มต้นที่ดีของการนำท่องเที่ยว

ให้ความสนใจกับนักท่องเที่ยว

คนที่เป็นมัคคุเทศก์ ควรให้ความสนใจกับนักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ควรแสดงความสนิทสนมเป็นพิเศษกับนักท่องเที่ยวคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ และควรปฏิบัติกับนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างเสมอภาค ถ้าคุณแสดงออกกับนักท่องเที่ยวแตกต่างกัน คงเป็นการยากถ้าจะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกดีกับมัคคุเทศก์แน่นอน

สร้างความประทับใจด้วยรอยยิ้ม

เมื่อมัคคุเทศก์อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ควรแสดงออกอยู่เสมอนั่นก็คือ ความยิ้มแย้ม แสดงออกถึงความพร้อมในการยินดีให้บริการ มัคคุเทศก์เปรียบเหมือนศูนย์รวมความสนใจของนักท่องเที่ยว เป็นสื่อกลางที่นำความสนุกสนาน ความรู้สึกดี ๆ กับการเดินทางมาสู่นักท่องเที่ยว

การจดจำชื่อนักท่องเที่ยว

การจำชื่อบุคคลถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ของการทำงานด้านนี้ เพราะเพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างการจำชื่อของลูกทัวร์ได้นั้น จะนำมาซึ่งการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน คือระหว่างตัวคุณและลูกทัวร์ เป็นการสร้างความเป็นกันเองให้นักท่องเที่ยว อย่างในกรณีที่คุณนำเที่ยวหลาย ๆ วัน เพราะถ้าคุณทำให้ลูกทัวร์รู้สึกดี คุณก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับงานจากลูกทัวร์กลุ่มเดิมมากขึ้น

การใช้เครื่องมือในการสื่อสาร

มัคคุเทศก์ต้องรู้จักใช้เครื่องมือสื่อสาร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการนำเครื่องฉายวีดีโอ มาเปิดฉายให้นักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเพิ่มเติม หรือหนังสือที่เกี่ยวกับสถานที่นั้น ๆ เพื่อแสดงให้นักเดินทางในกลุ่มมองเห็นถึงความมีจิตวิญญาณของความเป็นมัคคุเทศก์ในตัวเรา และทำตัวเรานั้นเป็นมัคคุเทศก์ที่มากไปด้วยความพร้อม และการเตรียมตัวที่ดี

ตอบคำถามให้ถูกต้อง

มัคคุเทศก์ที่ดีต้องสามารถตอบคำถามของนักท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน ดังนั้น คนเป็นมัคคุเทศก์ ต้องมีความเป็นพหูสูตร คือ รู้เรื่องราวที่หลากหลาย ฉะนั้น การหมั่นหาข้อมูลที่มีประโยชน์ ข่าวสาร ทันโลก ต้องไม่หยุดนิ่งอยู่ในกะลา แต่ต้องทันเหตุการณ์ เพราะลูกทัวร์แต่ละคน อาจสนใจในแต่ละเรื่องแตกต่างกันไป

สร้างบรรยากาศอันแสบอบอุ่น

มัคคุเทศก์ที่ดีต้องรู้จักสร้างบรรยากาศ ความเป็นกันเองให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเป็นกันเองกับผู้นำเที่ยว ไม่เกร็ง และทำให้บรรยากาศในการเดินทางท่องเที่ยวดีขึ้น โดยมัคคุเทศก์อาจหาเกมส์เล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้นักท่องเที่ยวทายเพื่อความสนุกสนาน

สร้างคุณธรรมที่ดี
การสร้างจิตใจให้ยึดมั่นในความเมตตา และปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข เป็นสิ่งที่มัคคุเทศก์ควรมีในการปฏิบัติหน้าที่นำทัวร์ท่องเที่ยว โดยการมอบสิ่งที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว เช่น ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การเรียนเป็นมัคคุเทศก์

ถ้าอยากเป็นไกด์และได้ความรู้+ประสบการณ์โดยตรง ขอแนะนำให้แอดมิชชั่นเข้าที่ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ สาขาวิชาการท่องเที่ยวเพราะ ที่นี่ถือว่าเป็นแห่งแรกที่เปิดสอนทางด้านนี้ และปัจจุบันหลักสูตรที่ใช้ ก็เป็นของ ททท. โดยตรงในขณะที่เรียนอยู่ก็จะได้ปฏิบัติเป็นมัคคุเทศก์จริงๆตลอด ได้เดินทางศึกษาสถานที่และจังหวัดต่าง ๆ ได้รู้รายละเอียดที่ลึกลงไปเพราะการสอนของที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นที่เปิดสอนการท่องเที่ยว และในตลาดของไกด์ก็เป็นที่ยอมรับกันว่านักศึกษาของที่นี่มีคุณภาพสามารถทำงานได้ทุกอย่าง

ก่อนอื่นเราต้องสอบเข้าเพื่อทำการอบรมมัคคุเทศก์ก่อน เมื่อสอบได้ก็ต้องเข้าอบรมระยะหนึ่งตามที่สถาบันนั้นๆกำหนด หรือก็ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยฝ่ายการอบรมเป็นผู้กำหนด เมื่ออบรมแล้วก็ต้องสอบเอาใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมท แล้วก็ต้องนำหลักฐานนี้ไปแสดงที่สำนักทะเบียนธุระกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เพื่อออกบัตรมัคคุเทศก์ให้ จึงจะสามารถประกอบอาชีพได้ ส่วนนอกเหนือจากนี้ก็แล้วแต่ท่านจะคิด

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แหล่งท่องเที่ยวในฮ่องกง>>รีพัลส์ เบย์

รีพัลส์ เบย์
หาดทรายรูปจันทร์เสี้ยวแห่งนี้เป็นหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่ชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว และยังใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ไปหลายเรื่อง มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทินโห่ว ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวประมง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ทอดยาวลงสู่ชายหาด ที่นี่มีคลับเฮ้าส์สไตล์จีนแบบดั้งเดิม และอาคารสไตล์อาณานิคม รีพัลส์ เบย์ ตั้งอยู่บนหาดรีพัลส์ เบย์ มีภัตตาคารและร้านค้าที่สามารถนั่งชมวิวทะเลได้หลายแห่ง


รีพัลส์ เบย์ คือหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดในฮ่องกง อยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะฮ่องกง โดยชื่ออ่าวได้มาจากชื่อเรีอรบของอังกฤษที่เคยมาจอดรักษาการณ์อยู่ที่นี่ รีพัลส์ เบย์ มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมมากของบรรดานักท่องเที่ยวที่มาชื่นชมบรรยากาศความงดงามของหาดทรายในตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น และเมื่อพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ อีกด้านหนึ่งของรีพัลส์ เบย์จะมีวัด พระพุทธรูป เจ้าแม่กวนอิม บรรดาเทพต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะกัน และสะพานต่ออายุซึ่งเชื่อกันว่าข้างครั้งหนึ่งจะมีอายุเพิ่มขึ้น 3 ปี





แหล่งท่องเที่ยวในฮ่องกง>>เลดี้ส์ มาร์เก็ต

เลดี้ส์ มาร์เก็ต
ตลาดกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง เลดี้ส์ มาร์เก็ตเป็นจุดหมายที่ต้องไปเยือนสำหรับคนรักแฟชั่นที่โปรดปรานการต่อรองราคากระเป๋า, เครื่องประดับ, ของเล่น,เครื่องสำอาง และของแต่งบ้านเล็กๆน้อยๆ ร้านแผงลอยต่างๆ ที่ตั้งกระจุกรวมตัวกันจนเกิดเป็นตลาดที่มีบรรยากาศสนุกสนานนี้ ตั้งอยู่บนถนนตุงชอย ในมงก๊ก เปิดตั้งแต่เที่ยงไปจนถึง 23.30 น.

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แหล่งท่องเที่ยวในฮ่องกง>>วิคตอเรีย พีค

ฮ่องกงมีแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมเมืองที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ตั้งกระจายอยู่ทั้งบนเกาะฮ่องกง เกาลูน และนิวเทอร์ริทอรี่ส์ หรือจะลองนั่งเรือไปสำรวจบนเกาะรายรอบต่างๆ ลองเลือกดูสักแห่งจากสถานที่ต่างๆด้านล่างนี้ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง


หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง เดอะ พีค เป็นจุดชมวิวเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด คุณจะต้องทึ่งกับสีสันที่สวยงามของเส้นขอบฟ้า อ่าววิคตอเรียที่มีชื่อเสียงระดับโลก และตึกระฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นสูงตัดกับแนวเขาเขียวขจีอันแสนสงบ ยอดเขาแห่งนี้สร้างความประทับใจที่แตกต่างกันระหว่างช่วงเวลากลางวันและกลางคืน
การได้ขึ้นมาชมวิวบนยอดเขาสูงที่สุดของเกาะฮ่องกง ยอดเขาวิคตอเรีย นี้สูงจาก ระดับน้ำทะเล 552 เมตร นับว่าสูงที่สุดแล้วบนเกาะฮ่องกง แต่ไม่ใช่สูงที่สุดใน ฮ่องกงนะคะ ยอดเขาที่สูงที่สุดชื่อว่า Tai To Yan อยู่ในเขต นิวเทอร์ริทอรี่สูง 957 เมตร จากระดับน้ำทะเล รองลงมาคือ ลันเตาพีค และซันเซ็ทพีคอยู่บนเกาะลันเตา ความสูงอยู่ที่ 934เมตร และ869 เมตรตามลำดับ ส่วนวิคตอเรียสูง เป็นอันดับที่ 24 ค่ะ ถึงจะสู้เรื่องความสูงไม่ได้แต่ วิคตอเรียก็มีความโดดเด่นตรงที่มีวิวทิวทัศน์ เบื้องล่างที่สวยงามและแตกต่างจากยอดเขาอื่นๆโดยสิ้นเชิง เมื่ออยู่บนวิคตอเรีย คุุณจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพของบรรดาตึกระฟ้า รูปทรง แปลกตาตามความเชื่อเรื่องของฮวงจุ้ยบนฝั่งเกาะฮ่องกง เรือสินค้าและเรือเฟอร์รี่ส์ แล่นข้ามอ่าววิคตอเรียและย่านความเจริญบนคาบสมุทรเกาลูน นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาในช่วงบ่ายแก่ๆและอยู่ถึงหัวค่ำเพระฉากตรงหน้าจะค่อยๆเปลี่ยนไปเมื่อแสงไฟประดับอาคารเข้ามาแทนแสงอาทิตย์ซึ่งเวลาต่อไป ดึกหน่อยก็จะมี การแสดง Symphony of Lights ที่งดงามตระการตาเลยทีเดียว





มัคคุเทศก์

ไกด์

ปฏิบัติงานอาชีพนี้ จะต้องศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นำเที่ยว รวมทั้งความรู้ด้าน ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ จารีตประเพณี วัฒนธรรม วางแผนกำหนดเส้นทาง จัดกำหนดการนำเที่ยว ให้เหมาะสมกับฤดูกาล และระยะเวลา ติดต่อสถานที่พักแรม หรือเตรียมอุปกรณ์เพื่อการพักแรมในสถานที่ ที่จะนำเที่ยว
นำนักท่องเที่ยวชมสถานที่ และบรรยายให้นักท่องเที่ยวได้ทราบความเป็นมาของสถานที่ และท้องถิ่น แหล่งธรรมชาติที่น่าชม และน่าสนใจ ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม จารีตประเพณี ความเป็นอยู่ของประชาชน
จัดการพักแรม และดูแลให้ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในระหว่างการนำเที่ยว โดยพยายามจัดการให้บริการที่ต้องสร้างความพอใจ และประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างทั่วถึงและต้องมีจรรยาบรรณทางวิชาชีพ
อาชีพมัคคุเทศก์ จัดแบ่งออกเป็นกลุ่มตามกลุ่มของนักท่องเที่ยว คือ มัคคุเทศก์พาเที่ยวภายในประเทศ (Domestic) มัคคุเทศก์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์นำเที่ยวชาวต่างประเทศ (Inbound) นอกจากนี้ ยังแบ่งกลุ่มมัคคุเทศก์ตามลักษณะของการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์เดินป่า มัคคุเทศก์ทางทะเล มัคคุเทศก์ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น


การทำงานของมัคคุเทศก์
มัคคุเทศก์ จะทำงานตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการนำเที่ยวมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ถึงสามหรือสี่สัปดาห์ และในขณะพานักท่องเที่ยวทัศนาจรต้องดูแลนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง นำนักทัศนาจร หรือนักท่องเที่ยว ตั้งแต่คนเดียวจนถึงเป็นกลุ่ม หรือกลุ่มใหญ่ไปชมสถานที่ต่างๆ ทั้งในเมืองและต่างจังหวัดตามที่กำหนดไว้ในแผนการนำเที่ยว การเดินทางอาจจะมีทั้งระยะใกล้ ไกล อาจใช้ยานพาหนะทุกประเภท อาจต้องนำเที่ยวในลักษณะผจญภัย อย่างเช่น ทัวร์ป่า การเดินขึ้นเขา การล่องแพ การค้างแรมร่วมกับกลุ่มชนชาวพื้นเมือง ขึ้นอยู่กับแผนการนำเที่ยว และรูปแบบของการท่องเที่ยวมัคคุเทศก์จะต้องวางแผนติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริการ การอำนวยความสะดวก และการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง รวมไปถึงการให้ข้อมูลที่จำเป็น และให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวในการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของการท่องเที่ยว ตลอดจนตอบข้อซักถาม ให้คำแนะนำในระหว่างการเดินทางรวมทั้งต้องทำ กิจกรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ร่วมเดินทางทุกคนได้รับความสนุกสนาน ประทับใจ ในบางครั้งอาจจะต้องจัด กิจกรรม หรือให้บริการที่สร้างความพอใจให้กับนักท่องเที่ยวตามจุดประสงค์ที่นักท่องเที่ยวต้องการภายในระยะเวลาที่กำหนด และพร้อมที่จะแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวได้ ตลอด 24 ชั่วโมงบางครั้งมัคคุเทศก์จะต้องทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันต้องใช้ความอดทน และอดกลั้นสูง ดังนั้น ความพร้อม และความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย และจิตใจจึงมีความสำคัญมาก เพราะนักท่องเที่ยว มีอัธยาศัย และพื้นฐานความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป เมื่อมารวมกลุ่มกันจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างบรรยากาศให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยดี อีกทั้งได้รับความสุข ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินด้วย มัคคุเทศก์จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของท้องถิ่น และประเทศนั้น ๆ

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
ผู้ประกอบอาชีพนี้ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. พูดภาษาต่างประเทศได้อย่างน้อย คือ ภาษาอังกฤษ
2. มีความรู้ทั่วไป และเป็นผู้ที่ขวนขวายหาความรู้สม่ำเสมอ
3. รักการเดินทางท่องเที่ยว และงานบริการ ปรับตัวได้ และเป็นนักแก้ไขปัญหาได้ดีใน ทุกสถานการณ์
4. มีความยืดหยุ่น ประนีประนอม และมีลักษณะอบอุ่นโอบอ้อมอารีเป็นที่ไว้วางใจของ ผู้เดินทางร่วมไปด้วย
5. มีความเป็นผู้นำ มีความกล้า มีความรอบคอบและไม่ประมาท
6. มีทัศนะคติดี ร่าเริง มีความเสียสละซื่อสัตย์ ซื่อตรง และอดทน
7. สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีไหวพริบและปฏิภาณดี
8. มีความคิดสร้างสรรค์ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
9. เป็นนักสื่อสารที่ดี รักการอธิบาย และการบรรยายความรู้ต่าง ๆ
10. เป็นนักจัดเก็บข้อมูลที่ดี ทั้งข้อมูลการ ท่องเที่ยว ความนิยมของลูกค้า และรายชื่อลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้ : มัคคุเทศก์ท้องถิ่น เป็นผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า และได้รับการอบรม เพิ่มเติม เพื่อรับวุฒิบัตรพัฒนาฝีมือแรงงาน(วพร.) เป็นเวลา 320 ชั่วโมง หรือ 40 วัน มัคคุเทศก์ภายในประเทศ และมัคคุเทศก์นำเที่ยวชาวต่างประเทศ เป็นผู้มีพื้นฐานการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไปต้องเข้ารับการอบรม และมีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จากสถาบันที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การรับรอง หรือ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะ หรือสาขาวิชาธุรกิจ การท่องเที่ยว